สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว mobile looper ทุกท่าวันนี้ผม sankwan จะมารีวิว OnePlus 7 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงตัวล่าสุดของทาง OnePlus ที่มาพร้อมสเปคจัดเต็มถึงขั้นเรียกมันว่า super flag ship เลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องราคาก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนเสปคที่ให้มาเลย ซึงจะเป็นยังไงเรามาดูกันครับ



เริ่มจากการเปิดกล่องออกมาเราจะพบกับเคสซิลิโคนใส พร้อมคู่มือและเข็มแทงซิม ต่อไปจะเป็นตัวเครื่อง และใต้สุดของกล่องนั้นจะมีสายชาร์จแบบ usb type c พร้อมวอลล์ชาร์จที่รองรับการชาร์จเร็วมาเรียบร้อย



หน้าจอ OnePlus 7 Pro มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 3120 x 1440 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจออยู่ที่ 19.5 : 9 จอโค้งเล็กน้อย แต่ทีเด็ดจะอยู่ที่เทคโนโลยีหน้าจอแบบ Fluid AMOLED ที่มีค่ารีเฟรชเรทอยู่ที่ 90Hz ทำให้การแสดงผลของภาพนั้นลื่นไหลเนียนตามากกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ นอกจากนั้นหน้าจอยังรองรับ HDR10 และ HDR10+ ที่แสดงผลได้สว่างและสมจริงมากขึ้นด้วยครับ  


ด้านบนจะมีลำโพงสนทนาพร้อมลำโพงแบบสเตอริโอ


ด้านล่างจอจะสังเกตได้ว่าตัวจอนั้นเกือบชิดขอตัวเครื่องเลยนะครับ


ด้านหลังตัวเครื่องสีสันสวยงามแวววาววลาจับแล้วเป็นรอยนิ้วมือติดง่ายจริงๆ


ด้านบนยจะมีกล้องทั้งมดสามตัวเรื่องรายละเอียดเดี๋ยวเราไปว่ากันที่เรื่องกล้องครับ


ด้านล่างจะมีโลโก้ oneplus


ที่ขอบด้านบนจะมีกล้องแบบ pop up ซ่อนอยู่ และไมโครโฟนตัวที่สองเอาไว้ใช้เวลาถ่ายวีดีโิครับ


ที่ขอบด้านล่างจะมีถาดใส่ซิมซึ่งสามารถใส่ได้สองซิมและรองรับ 4G ทั้งสองซิม ถัดมาจะเป็นพอร์ท usb type c ไมโครโฟนสนทนาและลำโพงครับ


ขอบด้านขวาจะมีเพียงปุ่มเพิ่มลดเสียง



ที่ขอบด้านขวาก็จะมรปุ่ม power และปุ่มที่เขาเรียกว่า slider มีเอาไว้ปรับโหมดแจ้งเตือนคล้ายๆ iPhone นั่นแหละครับแต่มีลูกเล่นมากว่านิดนึง


ส่วนปุ่มสแกนลายนิ้วมือก็ถูกซ่อนไว้ใต้หน้าจอ ซึ่งมันสามารถตอบสนองได้เร็วมามากในเวลาเพียง 0.21 วินาทีเท่านั้น   


 เรื่องการใช้งานทั่วไป OnePlus 7 Pro มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9.0 ครอบทับด้วย OxygenUI 9.5 ที่เรียบง่ายสวยงาม แต่อาจจะมีขัดใจนิดหน่อยเพราะความที่จอมันโค้งนิดๆ เลยทำให้เราแตะจอแบบไม่รู้ตัวทำให้เวลาจะพิมพ์ข้อความก็จะเกิดปัญหาพิมพ์ไม่ได้ หรือแอพเด้งอกมาเพราะมือเราไปแตะขอบจอนี่แหละครับ นอกจากนั้นเจ้าตัวนี้จะได้เรื่องระบบเสียงจาก dolby atmos  มาด้วยทำให้เวลาดูหนังหรือเล่นเกมจะได้เสียงที่ดีขึ้น  

สเปค oneplus 7 pro
 - รัน Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย Oxygen UI 
 - หน้าจอ Fluid AMOLED 24-bit (16 ล้านสี) กว้าง 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 3120 พิกเซล (516 ppi) 
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 Octa Core ความเร็ว 2.84 GHz 
- แรม 6 GB 
- ความจุ 128GB 
- แบตเตอรี่ 4,000 mAh 
- กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/2.0 
- กล้องหลัง 48MP + 8MP + 16MP (Triple Camera) รูรับแสงขนาดƒ/1.6 
- ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Fingerprint Under Display) 
- รองรับระบบการสแกนใบหน้า (Face Detection) 
- รองรับ 2 ซิม 



มาว่ากันที่เรื่องกล้องกันต่อครับ กล้องหน้าจะเป็นกล้อง Pop Up ที่จะโผล่ขึ้นมาตอนเปิดเซลฟี่และตอรสแกนใบหน้า โดยกล้องมีความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล f2.0   


ฃส่วนกล้องหลัง 3 ตัว นูนออกมาเล็กน้อย โดยกล้องหลักมาพร้อมความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์จากโซนี่ ค่า f1.6 กล้องตัวที่ 2 เป็นเลนส์เทเล ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f2.4 ซูมได้ 3 เท่าโดยไม่เสียความละเอียด และตัวสุดท้ายเป็นเลนส์อัลตร้าไวด์ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพมุมกว้าง 117 องศา ค่าf2.2 ครับ ส่วนการถ่ายวีดีโอสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4k 60fps แต่อาจจะดูกระตุกๆ นิดๆ นะครับ ตัวโหมดกล้องเองก็มรมาให้ทั้งโหมด photo โหมด potrait เอาไว้ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ nightscape ที่ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยดีขึ้นผิดกับโหมด photo,pro  







มาที่เรื่องการเล่นเกมกันครับ เจ้า onepus 7 pro ตัวนี้จะมี fnatic mode ใช้ชื่อจากทีม e-sport ชื่อดังซะด้วย ซึ่งมาสามารถเร่งพลังของ cpu และ gpu ขึ้นมาได้สามารถปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ที่จะมายังจอเรา และที่สำคัญมันให้ความสัญเกี่ยวกับเรื่องเน็ตเวิร์คมากเพราะถ้าหากมันตรวจจับได้ว่าจะมีการแลคหรือ ping ขึ้นมันจะรวมพลังเน็ตจากซิมทั้งสอง ถ้าเราใส่สองซิมนะครับ แล้วยิงไปหาที่เซิฟเวอร์เกมทำให้ลดอาการปิงลงได้ครับ ส่วนโหมดนี้สามารถเลือกเปิดปิดได้ครับ 



สรุปหลังจากที่ได้ใช้งานมาเรื่องการใช้งานปกติดคงไม่ได้ต้องพูดถึงมาครับเพราะสเปคขนาดนี้ทำอะไรก็ลื่นไปหมด มาว่ากันที่เรื่องกล้อง กล้องที่ให้มานั้นถือว่าดีเลยทีเดียวโดยโหมดที่ผมชอบที่สุดก็จะเป็นโหมด night scape เพราะผมมันพวกมนุษย์ค้างคาวชอบออกไปขี่รถเล่นตอนกลางคืนทำให้ถ่ายภาพออกมาได้สวยขึ้น ส่วนสก๊อยของผมจะถูกใจโหมด portrait เพราะด้วยความที่มีนปรับหน้าชัดหลังเบลอได้ทำให้ถ่ายออกมายังไงก็ดูดีเลยถูใจเป็นพิเศษ

มาต่อที่เรื่องเกมครับแน่นอนว่าด้วยโหมด fnatic ทำให้การเล่นเกมยิ่งไหลงลื่นอยู่แล้วแต่มมันดันมี dollby atmos คู่กับลำโพงสเตอริโอทำให้เวลาเกมอย่างพับจีเราสามารถฟังเสียงแล้วแยกซ้ายขวาได้อย่างง่ายขึ้นเลยครับ

 

สรุปเรื่องราคากันเลย OnePlus 7 Pro จะวางขายด้วยกัน 3 รุ่นคือ แรม6 ความจุ 128GB ราคาอยู่ที่ 24,990 บาท รุ่นแรม8 ความจุ 256GB ราคาอยู่ที่ 26,990 บาท และสุดท้ายรุ่นแรม12 ความจุ 256GB ราคาอยู่ที่ 29,990 บาท ครับ ด้วยคาวามเป็น super flag ship กับราคานี้ผมว่าเป็นอีหนึ่งตัวที่น่าสนใจดีนะครับ เพราะจุดที่ทำให้ขัดใจนิดหน่อยก็มีแค่เพียงเรื่องที่มือไปแตะขอบจอนี่แหละครับ